สบู่ออร่ามี AURAME สบู่ทำความสะอาดผิวหน้า หมดจด รีวิวจากผู้ใช้จริง

สบู่ออร่ามี AURAME สบู่ทำความสะอาดผิวหน้า หมดจด รีวิวจากผู้ใช้จริง

สบู่ออร่ามี AURAME สบู่ทำความสะอาดผิวหน้า หมดจด รีวิวจากผู้ใช้จริง

          สบู่ออร่ามี สบู่ที่มีสารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง ราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระและสารสกัดคุณภาพพรีเมี่ยมรวม 24 ชนิด มหัศจรรย์ลึกล้ำด้วยสบู่วิปโฟมที่ช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้า อย่างหมดจด ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดสิว สิวอักเสบ สิวหนอง สิวสเตียรอยด์ ลดความมัน รูขุมขนกระชับ ปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใส เพิ่มความฉ่ำวาว หน้าเงา ผิวหน้าเรียบเนียนชุ่มชื่นไม่แห้งตึง ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยยกระชับผิว ลดรอยคล้ำรอบดวงตา ต่อต้านอนุมูลอิสระ

Astaxanthin Whitening Soap ด้วยสารสกัดหลัก 8 ชนิด ที่ช่วยฟื้นฟู บำรุงผิว ขณะล้างหน้า

เคล็ดลับหน้าสวยเนียนใสท้าแดดกับสบู่ออร่ามี2
  • Astaxanthin ราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย
  • Pearl Extract สารสกัดพิเศษจากผงไข่มุก เคล็ดลับความงามจากธรรมชาติ
  • Snail Secretion Filtrate เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิว
  • Coconut Fatty Acid Diethanolamide สารสกัดพิเศษจากน้ำมันมะพร้าว รักษาอาการผิดปกติของผิวหนัง ลดรอยคล้ำใต้ดวงตา รักษาสิว เพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวหน้า
  • Abalone Collagen คอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ผิวหน้ายกกระชับ ป้องกันการเกิดริ้วรอย
  • Hydrolyzed Vegetable Protein สารสกัดพิเศษจากโปรตีนพืช ช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดี ซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวที่สึกหรอ
  • Leontopodium Alpinum Callus Culture Extract สารสกัดจากดอกเอลเดอร์ไวซ์ ตัวแทนความขาวอมตะ อุดมด้วยสาร antioxidant ปกป้องผิวจากรังสี UVNiacinamide Vitamin B3 ช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน

*เมื่อท่านซื้อสบู่ออร่ามี 3 ก้อน ท่านสามารถเลือกรับของแถมฟรี 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น แปรงล้างหน้า หรือเครื่องขัดหน้า

*จัดส่งฟรีทั่วประเทศ

แนะนำให้ใช้อออร่ามีผิวสวยไร้สิว

          กฎพื้นฐานคือดูตามหน้าที่ของสกินแคร์ จากล้างทำความสะอาด บำรุง ไปถึงปกป้องผิว และยึดความเข้มข้นของเนื้อสัมผัสเป็นหลักโดยเริ่มจากเบาไปหนัก หรือจากของเหลวใสไปออยล์และครีม โดยทั่วๆ ไปคือจากเนื้อเบาไปหนัก และสำคัญมากว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมบำรุงผิวเข้มข้นอย่างแอนติออกซิแดนต์ในเซรั่ม ควรซึมซาบไปเป็นอันดับแรกๆ แล้วจึงตามด้วยสกินแคร์ที่เคลือบบนผิวอย่างพวกอิโมลเลียนต์เก็บความชุ่มชื้นในครีม” ดร.โรเจอร์สแนะนำพอให้เห็นภาพ ที่นี้ลองมาดูลำดับขั้นอย่างละเอียดระหว่างกลางวันกับกลางคืนดูดีกว่า 

7 Step ดูแลผิวหลังการล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

  • Step 1: คลีนเซอร์ (Cleanser) ตอนเช้าแม้เป็นช่วงที่ผิวไม่ได้สกปรกนัก แต่การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่านั้นไม่เพียงพอ พอลล่า เบกวน (Paula Begoun) กูรูด้านสกินแคร์แนะให้เลือกใช้คลีนเซอร์ตามสภาพผิว “น้ำเปล่าไม่ช่วยล้างความมันออก ในช่วงเช้าควรใช้คลีนเซอร์ล้างเอาสิ่งที่ทาในค่ำคืนออกไปก่อน ผิวจะได้สะอาดเตรียมรับสารบำรุงใหม่ได้” ส่วนในตอนกลางคืน หากแต่งหน้าก็ต้องใช้เมกอัพรีมูฟเวอร์ก่อนด้วย แล้วตามด้วยคลีนเซอร์

    ดูแลผิวหลังการล้างหน้า step 1 - คลีนเซอร์ (Cleanser)

  • Step 2: โทนเนอร์ (Toner) ถือเป็น Optional ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ให้ดูตามสภาพผิวหลังล้างหน้า เพราะดั้งเดิมโทนเนอร์ออกแบบมาให้ช่วยทำความสะอาดผิวอีกขั้น และช่วยปรับสมดุลผิวหลังใช้คลีนเซอร์ ซึ่งช่วยให้ผิวสะอาดแต่ก็แห้งตึงอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันมีคลีนเซอร์สูตรใหม่มากมายที่ช่วยปรับสมดุลผิวไปในตัวแล้ว ในขณะเดียวกันโทนเนอร์ก็มีหลากหลายสูตร และเพิ่มส่วนผสมบำรุงผิวเข้าไปด้วย ข้อควรระวังคืออย่าเลือกโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง

    ดูแลผิวหลังการล้างหน้า step 2 - โทนเนอร์ (Toner)

  • Step 3: ทรีตเมนต์ เอสเซนส์ (Treatment Essences) และทรีตเมนต์ โลชั่น (Treatment Lotion) ถือเป็น Optional เช่นกัน ว่าง่ายๆ นี่คือน้ำตบ ที่เป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยเตรียมให้ผิวชุ่มชื้นพร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป และช่วยบำรุงผิวเป็นขั้นตอนแรก ด้วยเนื้อสัมผัสแบบน้ำเบาบาง บวกกับลักษณะการใช้ที่ต้องอาศัยปลายนิ้วตบเบาๆ ทั่วใบหน้า จึงช่วยปลุกกระตุ้นการไหลเวียนในผิวได้

    ดูแลผิวหลังการล้างหน้า step 3 - ทรีตเมนต์ เอสเซนส์

  • Step 4: ครีมบำรุงรอบดวงตา (Eyes Cream) แพทย์ผิวหนัง แอนนี ชิว (Annie Chiu) แนะนำให้ทาอายส์ครีมตั้งแต่ช่วงวัย 20 ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างสม่ำเสมอ “ไม่มีอายส์ครีมมหัศจรรย์ใดช่วยให้เห็นผลในข้ามคืน การทาอายส์ครีมเป็นเรื่องของการเหนี่ยวรั้งสภาพผิวรอบดวงตาไม่ให้หย่อนยาน หากใช้ประจำในระยะยาว จะช่วยป้องกันริ้วรอยและลดการสูญเสียคอลลาเจนได้”

  • Step 5: เซรั่ม (Serum) เซรั่มเป็นสกินแคร์ที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมออกฤทธิ์บำรุงผิวที่สุด จึงไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้ แนะนำควรมีเซรั่มชุ่มชื้นเติมน้ำให้ผิวเป็นเซรั่มพื้นฐานทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วเสริมด้วยเซรั่มอื่นๆ ตามวัยและตามแต่สภาพผิวต้องการ สำหรับช่วงกลางวัน ดร. โรเจอร์สแนะนำว่าควรใช้เซรั่มแอนติออกซิแดนต์ด้วย เพราะให้ผลครอบคลุมทั้งลดการอักเสบผิว ปกป้องผิวจากรังสียูวี มลภาวะต่างๆ ส่วนเวลากลางคืนเป็นช่วงที่ร่างกายและผิวเตรียมซ่อมแซมส่วนต่างๆ ขณะที่เรานอนหลับ จึงควรใช้เซรั่มหรือทรีตเมนต์ที่แก้ปัญหาผิวเฉพาะเจาะจง ซึ่งมักมีส่วนผสมที่แรงขึ้นอย่างวิตามินซี เรตินอล เปปไทด์ เช่น เซรั่มต้านริ้วรอย เซรั่มเพื่อลดเลือนจุดด่างดำ เซรั่มกระตุ้นการผลัดผิว แผ่นพีลลิ่ง ยาแต้มสิว และควรสังเกตดูตามสภาพผิวในช่วงเวลานั้นๆ

  • Step 6: มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) เพราะผิวคนเราล้วนต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดด อากาศร้อนหนาว และปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยดึงความชุ่มชื้นในผิวออกไป และแม้ร่างกายจะผลิตสารหล่อลื่นและน้ำมันมาเคลือบผิวตามธรรมชาติแล้วก็ตาม แต่ทุกสภาพผิวแม้ผิวมันก็ต้องการมอยส์เจอไรเซอร์เสริมอยู่ดี เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นภายในผิว ซึ่งเป็นพื้นฐานผิวสุขภาพดีไว้ มอยส์เจอไรเซอร์บางชนิดใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มักมีเนื้อสัมผัสเบาแบบเจลถึงเจลครีม ส่วนบางชนิดที่เข้มข้นขึ้นก็เหมาะสำหรับใช้กลางคืน เพื่อช่วยเคลือบผิวและลดการระเหยของน้ำ อย่างไรก็ตามในคนที่ผิวแห้งมากๆ สามารถเสริมด้วยออยล์ก่อนทาครีมได้อีก

    ดูแลผิวหลังการล้างหน้า step 6 - มอยส์เจอไรเซอร์

  • Step 7: ครีมกันแดด (Sunscreen) อีกขั้นตอนสำคัญขาดไม่ได้สำหรับช่วงเวลากลางวัน แต่จะใช้ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen) หรือครีมกันแดดแบบสะท้อนแสงออก (Physical Sunscreen) ดีนั้น ดร.โรเจอร์สแนะนำว่าให้ใช้แบบหลังจะดีกว่า เนื่องจาก “ครีมกันแดดแบบเคมีจะต้องอาศัยเวลาให้ซึมซาบเข้าผิวจึงจะเห็นผล ดังนั้นถ้าลงกันแดดแบบนี้ตามหลังมอยส์เจอไรเซอร์ก็จะผ่านลงไปได้ยาก” ด้วยเหตุนี้ครีมกันแดดแบบมิเนอรัลสะท้อนแสงออกจากผิวที่มักใช้ซิงก์เป็นส่วนประกอบหลักจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แถมยังปลอดภัยและให้ผลป้องกันรังสียูวีเอและบีได้ครอบคลุมกว่า แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดแบบเคมี ก็แนะนำว่าให้เลือกสูตรที่ผสมสารให้ความชุ่มชื้นไปในตัว และข้ามขั้นตอนมอยส์เจอไรเซอร์ไปเสียเลยก็ได้เหมือนกัน

    ครีมกันแดดออร่ามี